จานเบรกแบบไหนดีที่สุดสำหรับรถคุณ มาดูวิธีเลือกการเลือกจานเบรก

117 จำนวนผู้เข้าชม  | 

การเลือกจานเบรก

“จานเบรก” ถือเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของระบบเบรกรถยนต์ หากเลือกผิดอาจทำให้ระยะเบรกยาวขึ้น เบรกไม่หนึบมากพอ จนส่งให้เกิดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุได้ ด้วยเหตุนี้จึงอยากพาผู้ขับขี่ทุกคนมาทำความรู้จักกับวิธีเลือกจานเบรกให้เหมาะกับรถและสไตล์การขับขี่ของตนเอง ไปจนถึงสัญญาณเตือนในการเปลี่ยนจานใหม่ และวิธีดูแลรักษาเพื่อการใช้งานได้ยาวนาน ขับขี่ปลอดภัยในทุกเส้นทาง

จานเบรก คืออะไร และมีหน้าที่สำคัญอย่างไร

จานเบรก คือ หนึ่งในชิ้นส่วนของระบบเบรกรถยนต์มีลักษณะเป็นแผ่นกลมแบนติดอยู่บริเวณล้อรถ โดยทำหน้าที่หลักในการรองรับแรงเสียดทานร่วมกับตัวผ้าเบรกขณะที่ผู้ขับขี่กำลังเหยียบเบรกเพื่อลดความเร็วของรถ หรือทำให้รถหยุดนิ่ง สร้างความปลอดภัยได้มากขึ้น

ประเภทของจานเบรก และข้อดี-ข้อเสียแต่ละประเภท

ปัจจุบันจานเบรกที่นิยมใช้งานจะแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ซึ่งมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป ลองพิจารณาเพื่อเลือกจานเบรกที่เหมาะสมได้เลย

1. แบบเรียบ (Smooth Brake Rotor)

ประเภทของจานเบรกที่พบเจอได้บ่อยเพราะมักเป็นรูปแบบโรงงานที่ติดมากับตัวรถ ข้อดีคือผิวหน้าเรียบเนียน เสียงเงียบ ใช้ได้นาน ทนต่อการเสียดสี แต่ข้อเสียเป็นเรื่องคุณสมบัติการระบายความร้อนด้อยกว่าทุกประเภท ฝุ่นจับตัวง่ายทำให้ต้องเหยียบเบรกหนักขึ้น

2. แบบเจาะรู (Drill Brake Rotor)

บริเวณผิวหน้าจะมีการเจาะรูทะลุมองเห็นอีกฝั่งชัดเจน นิยมใช้กับรถกลุ่มสมรรถนะสูง ข้อดีคือประสิทธิภาพการเบรกสูง การเสียดสีน้อย ระบายความร้อนได้ดีตามหลักหมุนเวียนอากาศ ช่วยลดการจับตัวของฝุ่น แต่จะมีราคาสูง และต้องเลือกยี่ห้อที่ได้มาตรฐานเท่านั้น เพราะถ้าของไม่ดีมีโอกาสเกิดรอยแตกร้าวตรงรูได้

3. แบบเซาะร่อง (Slotted Brake Rotor)

ผิวหน้ามีการเซาะทำเป็นร่องแต่ไม่ทะลุ เพิ่มประสิทธิภาพการเบรกที่ดีขึ้น นิยมใช้กับรถกลุ่ม SUV และกลุ่ม 4WD ไปจนถึงรถบรรทุก ที่ระบบเบรกจะดีกว่ารถรุ่นอื่น ระบายความร้อนดี ลดการเกิดฝุ่นและเขม่าดำจับจานเบรกและผ้าเบรกเยี่ยม แต่ข้อเสียคือระยะเบรกสั้นทำให้ผ้าเบรกหมดเร็ว

4. แบบเจาะรู เซาะร่อง(Drill and Slotted Brake Rotor)

หลายคนอยากเลือกจานเบรกจากเทคโนโลยีใหม่แนะนำประเภทนี้เลย หลักการคือจะเอาจุดเด่นของทั้งแบบเจาะรูและเซาะร่องมารวมกัน ระยะเบรกสั้น ระบายความร้อนดี ระบายน้ำได้เยอะ ฝุ่นไม่เกาะผ้าเบรก เหมาะกับรถสมรรถนะสูง เช่น รถบรรทุก รถแข่ง แต่มีราคาแพง

วิธีเลือกจานเบรกให้เหมาะกับการใช้งาน

  • การขับขี่ทั่วไป เลือกจานเบรกแบบเรียบหรือแบบมีรูระบาย ราคาไม่แพง ก็สามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจ
  • ขับรถเร็วหรือมีการเบรกหนักบ่อย แนะนำใช้จานเบรกแบบเซาะร่องหรือเจาะรู เพื่อการระบายอากาศที่ดี ฝุ่นไม่เกาะตัวอุปกรณ์
  • ขับขี่แบบออฟโรดหรือบรรทุกหนัก ต้องเลือกจานเบรกที่มีโครงสร้างแข็งแรง ทนทาน แนะนำแบบเจาะรูหรือเซาะร่อง

วัสดุของจานเบรก มีผลต่อประสิทธิภาพแค่ไหน?

  • เหล็กหล่อ (Cast Iron) – มีความแข็งแกร่ง ทนทาน ราคาถูก แต่มักเกิดสนิมง่ายจากน้ำและความชื้น
  • เหล็กกล้าคาร์บอน (Carbon Steel) – ผลิตจากเส้นใยคาร์บอน แข็งแกร่ง ทนทาน ระบายความร้อนดีขึ้น ทนต่อความร้อนสูง โอกาสเกิดสนิมน้อย
  • เซรามิก (Ceramic Disc) – น้ำหนักเบา ทนทานต่อการใช้งานหนัก ทนอุณหภูมิสูงเหมาะกับรถที่ใช้ความเร็ว ไม่เกิดสนิม แต่ก็มีราคาสูงด้วยเช่นกัน

สัญญาณที่บอกว่าต้องเปลี่ยนจานเบรก

  • จานเบรกมีรอยแตกร้าวหรือสึกมาก ผิวหน้าไม่เรียบเนียนเสมอกัน จานเบรกคด จานเบรกไหม้จนเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม
  • เวลาเหยียบเบรกแล้วรู้สึกสั่นหรือมีเสียงดัง
  • ระยะเบรกยาวขึ้นกว่าปกติ หรือต้องเหยียบลึกมากกว่าที่เคย

เคล็ดลับการดูแลรักษาจานเบรกให้ใช้งานได้นาน

  • หลีกเลี่ยงการเบรกกะทันหันบ่อย ๆ เพราะจะทำให้เบรกเกิดความร้อนจนสึกกร่อนง่าย หรือมีโอกาสจานเบรกไหม้ คด 
  • ตรวจเช็กและล้างจานเบรกเป็นประจำเพื่อประเมินสภาพรวมถึงทำความสะอาดฝุ่น สิ่งสกปรก
  • ใช้ผ้าเบรกที่เหมาะสมกับประเภทของจานเบรกเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานที่ดี

การเลือกจานเบรกที่เหมาะสมย่อมช่วยให้รถของคุณสามารถขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญอย่าลืมเลือกซื้อกับร้านที่มีความน่าเชื่อถือ ใช้ยี่ห้อได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุในทุกเส้นทางของคุณ หากเจอปัญหาเกี่ยวกับระบบเบรกสามารถเข้ารับการตรวจเช็คหรือซ่อมแซมได้ที่ Pit&Go ศูนย์บริการรถยนต์ ศูนย์อะไหล่แท้ Denso ให้บริการโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้